จ.ชัยภูมิ ชาวบ้านวอนถึงนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับผลกระทบการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยซาง

0
71

เมื่อ 12 ก.ค.61, 1000-1140 น.ส.ศิริประภา บุญเสนา แกนนำกลุ่มราษฎรได้รับผลกระทบโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยซาง ตำบลโนนทอง อ.เกษตรสมบูรณ์ฯ ที่อยู่เลขที่ 127 หมู่ที่7 ต.โนนทอง เกษตรสมบูรณ์ฯ พร้อมสมาชิก ประมาณ 50 คน เดินทางไปที่ หอประชุม ที่ว่าการอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ วัตถุประสงค์เพื่อไปติดตามทวงถามคัดค้านการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยซาง บ้านแก้งตาดไซ ต.โนนทอง อ.เกษตรสมบูรณ์ฯ ในเขตพื้นที่ ส.ป.ก.,ภบท.5 ประมาณ 1,222 ไร่ โดยมี นายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอเกษตรสมบูรณ์ เป็นประธานการประชุมฯ พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สนง.ชลประทาน,จนท.ฝ่ายปกครองอำเภอเกษตรสมบูรณ์ และตัวแทนองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของกลุ่มราฎรฯ ทั้ง 2 ฝ่าย (กลุ่มสนับสนุนฯ,กลุ่มคัดค้านฯ) เพื่อช่วยเสนอแนะแนวทางปัญหา อุปสรรคในการดำเนินการสำรวจ การแก้ไขปัญหา สรุปหัวข้อสำคัญดังนี้._

1.การที่ชลประทานไปออกสำรวจไม่แจ้งมาก่อน ให้ชาวบ้านทราบอยู่ๆก็ออกไปสำรวจดินและวางหลักหมุดสร้างอ่าง

2.กรณีการแปรสภาพจากพื้นที่ดังกล่าว ไปเป็นอ่างเก็บน้ำ ทำให้ที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน ถูกน้ำท่วมจึงจำเป็นต้องอพยพ กลุ่มราษฎรฯ จำนวน 63 ราย พื้นที่ 1,222 ไร่ ไม่เคยมาถามคน63 รายเลยอ้างว่าต้องสำรวจไปก่อน

3.ทำไมเรื่องนี้ถึงนำไปเข้า ครม.ในการประชุมสัญจรที่จังหวัดบุรีรัมย์ จนมีการแถลงข่าวว่า ครม.เห็นชอบจังหวัดชัยภูมิ มีการเห็นชอบให้สร้างอ่างห้วยซาง ตำบลโนนทอง อำเภอเกษตรสมบูรณ์

4.มีการปิดหูปิดตาชาวบ้าน หลังมีการแถลงข่าวหลัง ครม.ประชุมถึงทราบ

5.มีผู้ว่าราชการการแต่งตั้งคณะทำงานให้ไปพูดคุยกัน เมื่อ 20 มิ.ย.61 ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านแก้งตาดไซมาแล้ว ว่ายกเลิก พร้อมจะคืนเงินจำนวน 3,000,000 กว่าบาทไป ที่กรมชลจะให้งบมาจ้างบริษัทมาสำรวจในครั้งนี้ แล้วอยู่ๆ วันนี้นัดส่วนราชการ ผู้ได้รับผลประโยชน์ และผู้เสียผลประโยชน์มารับฟังความคิดเห็น แต่ชาวบ้านยืนยันไม่ให้สำรวจ ทางนายอำเภอ บอกว่าถ้าไม่ให้สำรวจทางการก็จะดำเนินไปตามระเบียบของทางราชการ

น.ส.ศิริประภา บุญเสนา ทางชลประทานจังหวัดและผู้อำนวยการพรม เชิญ ไม่มีจุดยืน ตอบแต่ว่ายังไม่ทำประชาคม และยกเลิกไปแล้วมีสื่อถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงไปถึง ครม. ที่มีการประชุมสัญจรที่จังหวัดบุรีรัมย์ ก็ตอบไม่ได้บอกเป็นข้อมูลดิบที่ส่งไป อยู่หยิบยกขึ้นมาอีก และยังมีคนมาให้ข้อมูลกับชาวบ้านว่า ให้เขาสำรวจไปก่อน ให้งบ 3 ล้านหมดไปก็จบ ตนเองเห็นเงิน 3 ล้านกว่าบาทก็เป็นเงินมาจากภาษีประชาชนเหมือนกัน ในเมื่อไม่ให้สร้างเงิน 3 ล้านกว่าบาทก็ให้ตกเป็นงบประมาณแผ่นดินไป

ชาวบ้านไม่ไว้ใจหน่วยงานในพื้นที่ จึงได้วอนเรื่องนี้ผ่านสื่อมวลชนไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีทราบและขอความเห็นใจต่อท่านด้วย กลับไปก็จะเข้าชื่อส่งข้อเท็จจริงถึงท่านนายกรัฐมนตรีต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here